Computer

ต้นแบบIcon Firefox...

posted on 29 Jul 2008 07:55 by likeberty  in Computer

Credit : www.freemac.net

เพื่อรอยยิ้มยามเช้า ^_^

 

ปล. อาจจะไม่เหมาะที่เอามาลงEntryเดียวกัน แต่อยากให้ไปอ่านจริงๆครับ ตามลิงค์ไปเลยยย
http://www.soccersuck.com/soccer/viewtopic.php?t=97395

ภาษาแชท?? ใช้ทำหอก...???

posted on 27 Jul 2008 01:49 by likeberty  in Computer

เจอรูปประกอบ ขอยืมหน่อยนะครับ ^^

เรื่องน่าเศร้าที่เกิดขึ้นบนอินเตอร์เนทขณะนี้ นอกจากปัญหาเรื่องรูปวาบหวิวแล้ว

เรื่องภาษาก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจครับ

ผมยอมรับนะว่าผมเองก็ไม่ได้เชี่ยวชาญด้านภาษาไทยซักเท่าไหร่ แถมเวลาพิมพ์ ยังติดคำอุทานประเภท อิอิ หุๆ เหอๆ อะไรแบบนี้ด้วย

แต่ในส่วนของเนื้อหาแล้ว ผมพยายามพิมพ์ให้มันถูกต้องเสมอ

ข้อดีคือ มันอ่านง่ายครับ ผมเชื่อว่า เวลาที่มีคนเข้ามาอ่านBlogของผม จะไม่รู้สึกหงุดหงิดกับภาษาอย่างแน่นอน

เคยไหมครับ? เวลาคลิกไปเข้าบล๊อคของบางคน เจอภาษาประเภทว่า....

"วันเน้ ช้านปายเท่วกับเพ่มาด้วยล่ะ"

อ่านยากไหมครับ - -"

จะบอกว่ามันพิมพ์ง่ายกว่ามันก็คงไม่ใช่นะผมว่า แต่ถ้าจะอ้างว่ามันชินมือนี่ จริงๆแล้วมันก็ไม่ควรจะใช้จนชินนะ

(เกิดเวลาพิมพ์รายงาน เผลอพิมพ์ติดไปล่ะยุ่งเลย หึๆๆ )

ปัจจุบัน เว็บที่ผมเล่นอยู่บางเว็บก็รณรงค์เรื่องนี้กันนะครับ ซึ่งผมก็รู้สึกชื่นชมทีมงานของทางเว็บมากเลย

http://www.freemac.net   <--- เป็นเว็บของผู้ใช้Macในไทยครับ

http://www.soul4street.com   <--- เว็บเกี่ยวกับStreet Fashionครับ (ผมเป็นModอยู่ ^^ )

สำหรับเว็บSoul4street ผมเองก็เป็นสมาชิกรุ่นแรกๆของเว็บ เรื่องการรณรงค์ใช้ภาษานี่ก็เคยต้องรบกับสมาชิกใหม่ๆอยู่บ่อยครั้งครับ เพราะคนที่เล่นเว็บนี้ ส่วนใหญ่ก็เป็นวัยรุ่นอายุไล่ๆหรือเด็กกว่าผม ทำให้ปัญหาด้านการใช้ภาษานี้เกิดขึ้นบ่อยครั้งมาก

โชคดีที่เว็บนี้มีสมาชิกเก่าที่น่ารักอยู่เยอะครับ พอมีคนใช้ภาษาผิด ก็จะเข้าไปช่วยกันตักเตือน(จนบางครั้งก็เตือนแรงไปหน่อย ^^" ) จนกระทั่งสมาชิกคนนั้นรู้สึกผิด และปรับปรุงได้

นี่คือมุมมองหนึ่งนะครับ การสนับสนุนการใช้ภาษาไทยให้ถูกต้อง มันก็ควรจะเป็นสิ่งที่ทุกคนเห็นด้วย

แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมมาเขียนEntryนี้ คือลิงค์นี้ครับ

http://board.dserver.org/p/pnbangna/00009236.html

อ้างอิงจาก : http://www.soul4street.com/forum/index.php?topic=5040.0

น่าเศร้านะครับที่เด็กไทยต่อต้านการใช้ภาษาที่ถูกต้องบนอินเตอร์เนท...

แถมยังไปด่าคนที่เขามาเตือนอีก - -"   คนที่หวังดีกลายเป็นคนผิดไปซะอย่างนั้น...

บางคนอาจจะถามว่า "เรื่องแค่นี้ ทำไมต้องไปซีเรียสด้วย"

ถ้าผมถามกลับว่า  "แล้วเรื่องแค่นี้ ทำไมคุณทำไม่ได้"  คุณจะตอบว่าอะไรครับ

 

โดยส่วนตัวแล้ว พวกคำว่า งุงิ แป่ว อิอิ ชิ สาดดดด หรือคำลากเสียงเพื่อแสดงอารมณ์อย่าง ทำม๊ายยยยย  อะไรแบบนี้ ผมว่ามันก็ยังโอเคนะ เพราะตัวอักษรเพียวๆ มันแสดงฟีลลิ่งได้ยาก

แต่พวก  เด่ว(เดี๋ยว)  เน้(นี้)   เหง(เห็น)  ทำมัย(ทำไม)  ฉวย(สวย)  ฯลฯ

ไม่รู้สึกว่ามันไร้สาระบ้างเหรอครับ หรือว่าตอนประถม ทางโรงเรียนไม่มีสอนการสะกดคำง่ายๆพวกนี้

มันไม่ได้ให้ฟีลลิ่งอะไรเลยนะครับ ให้ตายเถอะ!!

 

ปัญหานี้แก้ยากครับ ยอมรับเลย เพราะภาษาเหล่านี้ถูกเผยแพร่ทุกวันผ่านทางอินเตอร์เนท อันเป็นสื่อขนาดใหญ่

อยากให้ทุกคน(ที่ยังมีจิตสำนึก) ช่วยกันรณรงค์ใช้ภาษาไทยกันให้ถูกต้องครับ

 

ปล. มีบางคนอ้างว่า "คนที่ใช้ภาษาไทยไม่ถูก ก็อาจจะเป็นคนดีกว่าคนที่พยายามใช้ให้ถูกก็ได้"   ในกรณีนี้ ผมว่าผมพูดถึงการใช้ภาษาอยู่นะครับ ไม่ได้พูดถึงการเป็นคนดี ดังนั้นอย่าหลุดประเด็นครับ ขอบคุณครับ

เพิ่มเติม กระทู้จาก www.pantip.com ครับ

http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A6813595/A6813595.html

ขนาดสื่อ ยังใช้ภาษาไทยแบบไร้สติ - -"

edit @ 27 Jul 2008 14:19:03 by Likeberty

อยากได้PocketPC >_<

posted on 22 Jul 2008 18:48 by likeberty  in Computer

***รูปจาก Siamphone

 

จากซ้ายไปขวา --> HTC Touch Diamond , Samsung i900 "Omnia" , Sony Ericsson XPERIA X1

แปลกใจไหมครับ ทำไมไม่มีiPhoneอยู่ในตัวเลือก???

เหตุผลหลัก คือมันยังไม่เข้าไทยอย่างเป็นทางการครับ รอถึงเวลานั้น ผมอาจจะชอบมันก็ได้ อีกเหตุผลนึงคือมันโหลมากเลย ไปไหนก็เจอ น่าเบื่อ - -"

ผมเป็นคนไม่ชอบพกของเยอะๆครับ เพราะฉะนั้น โทรศัพท์มือถือที่ผมใช้ จะต้องทำได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายรูป ฟังเพลง เล่นอินเตอร์เน็ท และต้องเป็นOrganizerได้ด้วย

เครื่องปัจจุบันที่ผมใช้อยู่(SE - k790i) นับว่าตอบสนองความต้องการของผมได้เกือบทุกอย่างแล้วครับ ถ่ายรูปก็ใช้ได้ ฟังเพลงก็โอเค ขาดแต่่มันเล่นอินเตอร์เน็ท กับ เป็น Organizer ที่ใช้ลำบากไปหน่อย

จริงๆแล้วผมอยากได้PocketPCมาตั้งแต่สมัย O2 Xda ii แล้วครับ แต่ติดตรงที่ว่ารับกล้องมันไม่ไหว ห่วยมาก - -" ก็เลยไม่ได้ใช้ซักที

มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ได้มีโอกาศใช้ SE P800 ตอนนั้นก็ถือว่าโอเคครับ ในช่วงนั้น Symbian UIQ ก็หรูแล้ว ><  ตอนแรกก็ว่าจะฝากตัวฝากใจไว้กับตระกูลP ของ SE เนี่ยแหละ  แต่ปรากฏว่า ยิ่งออกมา ยิ่งตามหลังชาวบ้านเขา - -"

 

กลับมาประเด็นเดิมก่อน ^^"   3 รุ่นข้างบนมีอะไรที่เหมือนกัน

คำตอบของผมคือ กล้องมันมีระบบAutofocusครับ เรื่องเดียวเลย ^^"

เรื่องเสียง คงต้องลองไปฟังของจริง แต่ถ้าดูจากสเป๊คแล้ว 3ตัวนี้โดนใจที่สุดแล้ว

กล้อง > เท่าที่ดู ตอนนี้Samsung Omniaดูดีที่สุดแล้ว แต่ว่ายังไม่เคยเห็นรูปที่ใช้X1ถ่ายเลย เลยยังตัดสินไม่ได้

Body > ผมชอบDiamondที่สุด ดูหรูหรา และแข็งแรงดี  X1 หนาถึก - -"  แต่ก็เพราะมันมีคีย์บอร์ดนี่เนอะ

 

พูดไปพูดมา ตอนนี้ก็ยังไม่มีตัง ต้องรอเก็บตังก่อน ^^"   ถึงเวลานั้น ทั้งOmnia และ X1 ก็คงเข้าไทยพอดีมั้ง จะได้ไปเล่นตัวจริงด้วย

 

ข้อมูลจาก www.mrpalm.com พบว่ากระแสตอบรับของOmniaนั้นค่อนข้างดีทีเดียว ทางเว็บมาสเตอร์ของที่นั่นเองก็ท่าทางจะถูกใจมาก(ดูจากที่เขียนในเว็บแล้ว ^^" ) ยิ่งเขาเขียน ผมยิ่งอยากได้เลยเนี่ย ฮ่าๆ

_________________________________

นอกเรื่อง... จากMrpalmนี่ล่ะครับ เตือนผู้ใช้iPhoneบางคน ที่ใช้งานอินเตอร์เน็ทจนเพลิน จนลืมตรวจสอบว่าการเชื่อมต่อที่ใช้อยู่นั้น เป็นGPRS หรือ Wi-Fi ระวังบิลค่าโทรศัพท์จะบานตะไทนะครับ = =

F*ck Work@Home

posted on 21 Jul 2008 23:54 by likeberty  in Computer

มีผู้รู้ได้กล่าวเอาไว้ว่า...   "ในโลกนี้ ไม่มีงานสุจริต ที่สบาย แล้วได้เงินมาก"

หมอ > เงินเดือนหลักแสน แลกมาด้วยความกดดันที่ต้องกุมชีวิตของคนไข้

SAP , Oracle Specialist > เงินจำนวนมหาศาลที่ได้ในแต่ละโปรเจค แลกมาด้วยความรู้ระดับหัวกะทิ บวกกับเวลาที่ต้องใช้ในแต่ละโปรเจคเป็นเดือนๆ

ศิลปิน > เห็นออกงานแต่ละครั้ง ได้เงินหลายหลัก แต่่ก่อนจะมาถึงจุดนั้น เขาลำบากมาแค่ไหน?

เจ้าของกิจการ > ก่อนจะมีรายได้หลักล้านต่อเดือน เขาล้มมาเท่าไหร่ Takeความเสี่ยงมาแค่ไหน

"เน้นเฉพาะงานสุจริตนะครับ"

 

แล้วไอ้พวกนี้มันอะไรกัน....

ดูคุ้นๆใช่ไหมครับ ตามเว็บบอร์ดต่างๆ โฆษณากันให้ลึ่ม....

ผมได้มีโอกาศ(พลาดอ่ะ ว่างั้นเหอะ)ไปนั่งฟังบริษัทสไตล์นี้เขาจัดสัมมนาครั้งหนึ่ง ด้วยเหตุผลว่าอยากได้ตัง ตอนนั้นยังเรียนม.ปลายอยู่เลย อยากเอาเงินมาซื้อเสื้อแพงๆใส่มั่ง

งานเริ่มตอนประมานทุ่มนึง คนเต็มห้องเลย ไม่ว่าจะเป็นเด็กรุ่นผม  นักศึกษา  จนถึงผู้ใหญ่วัยกลางคน

ตอนแรกเขาก็เปิดวิดีโอให้ดูครับ เกี่ยวกับความสำเร็จของบริษัท

ขออณุญาตอ้างอิงนะครับ เขาอ้างว่าพวกเขาทำงานให้กับ "Herballife"

พอวิดีโอจบ พวกสต๊าฟข้างหลังก็ยืนปรบมือ(ยังกับแข่งกีฬาสี บ้าป่าวไม่รู้ - -" )แล้วก็ให้ออกมาพูดถึงรายได้ของตัวเองที่ได้จากการทำงานทีละคนๆๆ

มีเด็กม.ต้นด้วยครับ!! บอกตัวเองได้เงินเดือนละหลายหมื่น!!!

ซักพักเขาก็เริ่มสาธยายเกี่ยวกับชีวิตก่อนมาทำงานนี้ จนกระทั่งสิ่งที่เราจะได้จากงานนี้

เชื่อไหมครับ เขาไม่บอกรายละเอียดของธุรกิจเลย บอกเกริ่นๆแค่ว่าเป็นการขายยาหลายๆอย่าง ซึ่งเราสามารถเอาไปใช้เองได้ด้วย

สุดท้าย... เขาบอกว่า จะทำงานนี้ จะต้องเสียค่าสมาชิกด้วย ในราคาหลักหมื่น!!! แล้วเราจะได้ยามาจำนวนหนึ่ง

สรุป.. คือมึงจะขายยาให้กู แล้วให้กูเอาไปขายต่อใช่ไหมครับ

 

คือรูปแบบธุรกิจนี้มันน่าจะเป็นแบบนี้ครับ

คือ พอเราเป็นสมาชิกแล้ว เราต้องหาสมาชิกมาต่อด้านล่างเราให้ได้ เพื่อเราจะได้เอายาที่เราได้มาจากคนข้างบน ไปขายต่ออีกที นั่นคือ ยิ่งเรามีสมาชิกด้านล่างมากเท่าไหร่ เราก็ขายได้มากเท่านั้น แล้วคนด้านล่างเราก็ต้องเอาไปขายต่ออีกทีนึง

ซึ่งมันก็เป็นเหมือนการขายแบบลูกโซ่

อันนี้คือผมเดานะครับ

ถ้างานนี้สุจริต และถูกต้องจริงๆ ผมสงสัยว่าทำไมเขาถึงไม่บอกรายละเอียดของงานไว้ในเว็บ

เห็นในรูปที่2ไหมครับ ไม่สนใจวุฒิการศึกษา ไม่สนใจประสบการณ์ ไม่สนใจอายุ ฯลฯ

เพราะอะไร?  เพราะสำหรับเขาแล้ว แค่เราหลงไปสมัครเป็นสายล่างของเขา เขาก็สบายแล้ว ที่เหลือเราต้องไปดิ้นรนกันเอง

ถามว่าคนที่ได้เงินมากๆจากธุรกิจแบบนี้มันมีไหม มันก็อาจจะมีครับ พวกที่อยู่สูงๆบนสายงาน น่าจะได้เงินเยอะทีเดียว ไม่ต้องลำบากหาสมาชิก ก็มีคนหาต่อให้เรื่อยๆ

แล้วพวกนั้นเขาจะลงมาหาสมาชิกเองเหรอครับ ไม่มีทางเลย เพราะฉะนั้นไอ้พวกที่มาพูดชักจูงคุณน่ะ มันยังกระจอกอยู่! ถึงต้องมาคอยหาสมาชิกไง หรือไม่ จริงๆแล้วมันก็แค่คนที่มีปัญหาทางด้านสุขภาพ เลยมาใช้ยา ส่วนที่มาชักจูงคนนี่ก็หาเป็นรายได้พิเศษ ไม่ได้ทำเป็นงานประจำที่ได้รายได้ต่อเดือนหลักหมื่น หลักแสน

แล้วที่เขาอ้างว่าทำงานให้Herballife ผมเองไปสอบถามทางHerballifeมาแล้วครับ เขาบอกไม่รู้จักบริษัทที่ว่านี้เลย

มันเข้าข่ายหลอกลวงรึเปล่าครับ???

 

คาดว่าหลายคนคงเคยอ่านบทความของผู้หญิงคนหนึ่ง ที่เข้าไปสืบธุรกิจแบบนี้ถึงตัวบริษัท แล้วเกือบเอาชีวิตไม่รอด

เขากลัวอะไรขนาดนั้นเหรอ ถึงต้องตามล่าผู้หญิงคนนี้ถึงขนาดนั้น...

กลัวจะหลอกคนต่อไปไม่ได้ใช่ไหม???

 

อยากจะเตือนทุกๆคนไว้นะครับ เพื่อนผม รวมถึงพ่อแม่ของเพื่อนผม เจ๊งมาหลายคนแล้ว เพราะไอ้พวกนี้แหละ อย่าไปหลงเชื่อคารมมันเด็ดขาด พวกนี้มันพูดเก่งมาก ชักจูงคนเก่ง มันรู้ว่าจุดอ่อนของคนที่มาฟังมันคืออะไร มันรู้ว่าทุกคนอยากได้เงินง่ายๆ

แต่มีสติเถอะครับ ไม่มีเงินก้อนไหนที่ได้มาง่ายๆหรอก...

ด้วยความหวังดี...

 

"อย่าตกเป็นเหยื่อของพวกมันเด็ดขาด"

ใครบอก Vista ลอก Mac OSX >_<

posted on 17 Jul 2008 17:21 by likeberty  in Computer

ใครว่า Windows Vista ไปลอก Mac OSX เล่า โธ่ ไม่จริงหรอก

มันเหมือนกันโดยบังเอิญเฉยๆ อิอิ

 

http://www.youtube.com/watch?v=TaIUkwPybtM

 

ไหนๆก็ไหนๆ พูดถึงเรื่องนี้แล้ว ก็อยากจะพูดอีกเรื่องนึง...

ผมว่าหลายๆคนคงเคยได้ยินกันมาบ้าง ว่า Mac ดีกว่า Windows อย่างโน้น อย่างนี้ เสถียรกว่า ปลอดภัยกว่า บลาๆๆๆๆๆ

คำถามที่มักจะเกิดขึ้นในหัวของWindows users คือ......

"ถ้าMacดีจริง ทำไมคนใช้วินโดวส์ถึงมีมากกว่า"

ในความเข้าใจของผมนะครับ ผมมองว่าเป็นเรื่องของฮาร์ดแวร์ โดยเฉพาะ CPU

แรกเริ่มเลย MAC OS สร้างขึ้นมาเพื่อรองรับPower PC ในขณะที่วินโดวส์ถูกสร้างขึ้นให้ถูกใช้งานกับซีพียูของ Intel

Mac นั้น สร้างซอฟต์แวร์เพื่อใช้กับฮาร์ดแวร์ของตัวเองครับ ส่วนวินโดวส์สร้างOSให้กับฮาร์ดแวร์ของบริษัทอื่นๆ

ดังนั้น การที่วินโดวส์มันจะไม่ค่อยเสถียร หรือ แฮงค์บ่อย จอฟ้าบ้าง ผมว่ามันก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้นะ เพราะมันเป็นไปไม่ได้หรอกที่จะทำให้OSตัวหนึ่งรองรับฮาร์ดแวร์ที่ีมีในตลาดหลายล้านรุ่น แถมยังพัฒนาไปเรื่อยๆอย่างรวดเร็วอีก

หันกลับมามองMac OSXที่รักของผมบ้าง(หึๆๆๆ) เนื่องจากมันถูกผลิตให้นำมาใช้กับคอมพิวเตอร์ของAppleเท่านั้น มันจึงมีความเสถียรมากกว่าทางวินโดวส์อยู่หลายขุม...

จนกระทั่งทางAppleได้พัฒนาMacintoshรุ่นใหม่ๆ ให้มาใช้CPUของIntel รวมถึงใช้ฮาร์ดแวร์หลายๆตัวที่เหมือนกับของPC....

นับว่าAppleเดินมาได้ถูกทางมาก เพราะผู้ใช้หลายคน(รวมทั้งผม) อยากใช้Macใจจะขาด แต่ติดตรงที่คนส่วนใหญ่ใช้วินโดวส์ กลัวว่าจะมีปัญหาเวลาทำงาน แต่Boot CampของทางAppleนี่ ทำให้ช่วยตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้นเยอะเลย ^^

ตอนนี้ผู้ใช้ฝั่งWindows กำลังย้ายมาใช้ Mac มากขึ้นเรื่อยๆ  ไม่แน่ว่าในอนาคตข้างหน้า Mac OSX อาจจะก้าวขึ้นมาแทนที่Windowsก็ได้นะ ^___^  (แม้มันจะเกิดขึ้นยาก แต่ก็แอบลุ้น อิอิ)

edit @ 17 Jul 2008 17:38:07 by Likeberty

 หนังเรื่องนี้ ผมดูครั้งแรกก็น่าจะ.... หลายปีมาแล้วเหมือนกันครับ จำไม่ได้  แต่เพิ่งจะมาดูรอบ3จบเมื่อสักครู่นี้เอง

ตอนที่ผมดูรอบแรก ผมดูในฐานะผู้ใช้คอมพิวเตอร์ทั่วไป ที่มองว่าMicrosoftคือสุดยอด! ตอนนั้นยังไม่เคยได้แตะMacintoshเลยซักครั้ง

รอบที่สอง ผมดูตอนที่กำลังเบื่อวินโดวส์ แถมได้มีโอกาศไปลองเล่น Mac OSX จนติดใจ แต่ติดตรงที่ยังต้องใช้วินโดวส์ในการเรียน เพราะที่มหาลัยต้องเรียน .NET = ="

รอบที่สาม ที่เพิ่งดูจบไปเมื่อกี๊นี้ ดูในฐานะMac User หรือ..  Apple Fanclub (ยังคงทิ้งวินโดวส์ไม่ได้ รันในBoot Campเอา ^^" แต่เดือนนึง เปิดวินโดวส์ประมาน4-5ครั้ง ^^ )

ทั้งสามรอบ น่าแปลกที่ผมมีข้อสรุปในหัวผมออกมาเหมือนกัน คือ

"สตีฟ จ๊อบส์เป็นศิลปิน   บิล เกทส์เป็นนักธุรกิจ"

จริงอยู่ที่วินโดวส์ถูกพัฒนามาโดยมีMacเป็นต้นแบบ แต่Macจะเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าไม่มีเมาส์จากXerox

สรุปคือกินกันมาเป็นทอดๆ ^^"

ในมุมมองของผม บิล เกทส์เก่งมาก ในการฉกฉวยโอกาศ เห็นได้ชัดมากตอนซื้อ Dos ที่คนมองว่าไร้ค่า ไปขายให้ IBM จนทำให้Microsoftดังเปรี้ยงปร้าง

จ๊อบนั้นค่อนข้างมีความเป็นศิลปินสูง สูงมากกกกก  จนทำงานร่วมกับคนอื่นยาก ทำให้โดนไล่ออกในเวลาต่อมา(ก่อนจะกลับมาช่วยAppleจากหายนะอีกครั้ง ^^" )

 

สำหรับคนที่ไม่เคยดู อยากแนะนำให้ลองหาดูครับ มันไม่ใช่หนังประวัติบุคคลสำคัญที่น่าเบื่ออย่างที่คุณคิด นอกจากคุณจะได้เห็นวิวัฒนาการของคอมพิวเตอร์แล้ว คุณจะได้เห็นการขับเคี่ยวของสองยักษ์ใหญ่ในวงการคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันด้วยครับ

^_____^

 

ปล.​สำหรับคนที่หาแผ่นไม่ได้(หายากมากครับ) ลองหาดูในยูทูบนะครับ มีคนอัพไว้ พากย์ไทยครับ ^___^